พัฒนาการตามวัย

ลูกวัยนี้ มักเจออะไร

สิ่งที่มักเกิดขึ้นในแต่ละช่วงวัย และสิ่งที่พ่อแม่ช่วยได้ เลือกช่วงวัยของลูก แล้วกดอ่านแต่ละด้าน

เด็กแต่ละคนพัฒนาไม่เท่ากัน สิ่งที่อยู่ในหน้านี้คือสิ่งที่พบบ่อยในวัยนี้ ไม่ใช่เกณฑ์ตัดสิน

ช่วงวัย 4–6 ปี

ช่วงที่อยากทำเอง ถามว่าทำไมบ่อย และเริ่มเตรียมตัวไปโรงเรียน

ร่างกาย

ที่พบบ่อยในวัยนี้
  • ราว 4 ปี: รับลูกบอลใหญ่ได้เกือบทุกครั้ง จับดินสอด้วยปลายนิ้วแทนการกำ และเทน้ำเองได้เมื่อมีผู้ใหญ่ดู
  • ราว 5 ปี: กระโดดขาเดียวได้ และติดกระดุมได้บางเม็ด
  • ราว 6 ปี: ส่วนใหญ่แต่งตัวเองได้ บางคนเริ่มผูกเชือกรองเท้าเอง เด็กแต่ละคนเร็วช้าต่างกันได้
ทำไมสำคัญ

การวิ่งเล่นจนเหนื่อยทุกวันดีต่อสุขภาพและพัฒนาการ ส่วนมือที่คล่องขึ้นช่วยให้จับดินสอ ติดกระดุม และช่วยตัวเองได้เมื่อไปโรงเรียน

ลองทำที่บ้าน
1

เล่นจนเหนื่อยหอบทุกวัน เช่น วิ่งไล่จับ ปีนเครื่องเล่น หรือปั่นจักรยานโดยใส่หมวกกันน็อก

แบบเหนื่อยเฉลี่ยวันละ 1 ชม.ขึ้นไป (4 ปี: ขยับรวมวันละ 3 ชม.)
2

ฝึกมือ เช่น ปั้นแป้ง ตัดกระดาษด้วยกรรไกรเด็ก ร้อยลูกปัด หรือติดกระดุมเสื้อตัวเอง

วันละ 10–15 นาที
3

พาเล่นน้ำหรือเรียนว่ายน้ำ โดยผู้ใหญ่เฝ้าดูใกล้ ๆ ตลอด แม้เป็นสระเป่าลมหรือกะละมัง

ทุกครั้งที่อยู่ใกล้น้ำ
ควรปรึกษาคุณหมอหรือครู ถ้า
  • ราว 4 ปี ยังรับลูกบอลใหญ่แทบไม่ได้ หรือยังกำดินสอทั้งกำมือ
  • ราว 5 ปี ยังกระโดดขาเดียวไม่ได้
  • ตาดูเหล่หรือเข หรือสองตาไม่มองไปทางเดียวกัน
  • ทำสิ่งที่เคยทำได้ไม่ได้แล้ว เช่น วิ่ง ปีน หรือหยิบจับของ

ที่มา: CDC – Learn the Signs. Act Early (2022) · WHO physical activity guidelines (under 5, 2019; ages 5–17, 2020) · AAP – HealthyChildren.org

ภาษาและความคิด

ที่พบบ่อยในวัยนี้
  • ราว 4 ปี: พูดประโยค 4 คำขึ้นไป เล่าเรื่องที่เกิดในวันได้ และตอบได้ว่า “เสื้อกันหนาวมีไว้ทำอะไร”
  • ราว 5 ปี: เล่านิทานที่มี 2 เหตุการณ์ขึ้นไป คุยโต้ตอบได้เกิน 3 รอบ และนับถึง 10
  • ราว 6 ปี: เล่าเรื่อง ความคิด และความรู้สึกได้ละเอียดขึ้น และมักถาม “ทำไม” บ่อย
ทำไมสำคัญ

ทุกครั้งที่ลูกพูดแล้วผู้ใหญ่ฟังและตอบกลับ สมองด้านภาษาและการคิดได้ฝึก คำศัพท์และการเล่าเรื่องตอนนี้คือฐานของการอ่านเขียน

ลองทำที่บ้าน
1

อ่านนิทานด้วยกัน ชี้รูปแล้วถามว่า “คิดว่าต่อไปจะเกิดอะไร” และให้ลูกลองเล่าเรื่องจากรูปเอง

ทุกวัน 10–20 นาที (5 ปีขึ้นไป 10–30 นาที)
2

ชวนคุย เช่น “วันนี้อะไรสนุกที่สุด” รอฟังให้จบ แล้วถามต่อ “ทำไมล่ะ” “แล้วยังไงต่อ”

ทุกวัน เช่น ตอนกินข้าวหรืออาบน้ำ
3

เล่นเกมคำ เช่น หาคำคล้องจอง (ปลา–ตา–มา) เกม “ฉันเห็นของสีแดง…” หรือนับของรอบตัว

วันละ 5–10 นาที ตอนรอคิวหรือนั่งรถ
ควรปรึกษาคุณหมอหรือครู ถ้า
  • ราว 4 ปี ยังพูดประโยค 4 คำไม่ได้
  • ราว 5 ปี ยังเล่าเรื่องสั้น ๆ ไม่ได้
  • เรียกแล้วไม่ค่อยหัน หรือคนอื่นฟังลูกพูดไม่ค่อยเข้าใจ (ขอตรวจการได้ยินได้)
  • พูดหรือใช้คำได้น้อยลงจากที่เคยทำได้

ที่มา: CDC – Learn the Signs. Act Early (2022) · AAP – HealthyChildren.org · Harvard Center on the Developing Child

การควบคุมตัวเอง

ที่พบบ่อยในวัยนี้
  • ราว 4 ปี: เริ่มปรับตัวตามสถานที่ เช่น เบาเสียงในห้องสมุด และระวังอันตรายเองได้บ้าง
  • ราว 5 ปี: จดจ่อกับนิทานหรืองานประดิษฐ์ได้ราว 5–10 นาที (ไม่นับการดูจอ)
  • ส่วนใหญ่ยังอาศัยผู้ใหญ่ช่วยเตือนและวางกติกา เด็กแต่ละคนเร็วช้าต่างกันได้
ทำไมสำคัญ

การหยุดคิดก่อนทำ จำกติกา และเปลี่ยนแผนได้ เป็นทักษะที่โตเร็วมากในช่วงนี้ ฝึกได้ผ่านการเล่น และช่วยทั้งเรื่องเรียนและการเข้ากับเพื่อน

ลองทำที่บ้าน
1

เล่นเกมหยุด–ไป เช่น เต้นแล้วหยุดนิ่งเมื่อเพลงหยุด ไฟแดงไฟเขียว หรือ “ไซมอนบอกว่า”

วันละ 10–15 นาที
2

เล่นสมมติแบบวางแผนก่อน ให้ลูกบอกหรือวาดว่า “จะเป็นใคร ทำอะไร” แล้วเล่นตามแผน เช่น เล่นหมอ

สัปดาห์ละ 3–4 ครั้ง ครั้งละ 15–20 นาที
3

เล่นเกมจับคู่ภาพแบบคว่ำไพ่ หรือเกมกระดานง่าย ๆ เมื่อคล่องแล้วให้ลูกคุมกติกาเอง

สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ครั้งละราว 15 นาที
ควรปรึกษาคุณหมอหรือครู ถ้า
  • ราว 4 ปี ยังไม่ระวังอันตรายเลย เช่น กระโดดจากที่สูงหรือวิ่งออกถนนบ่อย ๆ
  • ราว 5 ปี จดจ่อกับสิ่งที่ไม่ใช่จอได้ไม่ถึง 5 นาทีแทบทุกครั้ง
  • ราว 6 ปี ครูบอกว่ายังทำตามคำสั่งในห้องได้ยากอย่างต่อเนื่อง
  • เคยรอคิวหรือทำตามกติกาได้ แต่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว

ที่มา: Harvard Center on the Developing Child · CDC – Learn the Signs. Act Early (2022) · AAP – HealthyChildren.org

อารมณ์

ที่พบบ่อยในวัยนี้
  • ราว 4 ปี: เริ่มปลอบคนที่เสียใจ เช่น กอดเพื่อนที่ร้องไห้ และบอกความรู้สึกเป็นคำได้มากขึ้น
  • ยังโกรธ ร้องไห้ หรือกลัวแรง ๆ ได้เป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่อาละวาดน้อยลงเมื่อเริ่มไปโรงเรียน
  • ราว 6 ปี: พูดถึงความรู้สึกตัวเองได้ดีขึ้น และใส่ใจความรู้สึกคนอื่นมากขึ้น
ทำไมสำคัญ

เด็กเรียนวิธีจัดการอารมณ์จากผู้ใหญ่ที่ช่วยตั้งชื่อความรู้สึกและสงบไปด้วยกัน ทักษะนี้สำคัญทั้งกับเพื่อนและการเรียน

ลองทำที่บ้าน
1

ตั้งชื่อความรู้สึก เช่น “หนูโกรธเพราะตึกที่ต่อไว้พังใช่ไหม” แต่ยังคงกติกา “โกรธได้ แต่ตีไม่ได้นะ”

ทุกครั้งที่อารมณ์แรงมา
2

จัดมุมสงบที่มีหมอนหรือตุ๊กตา ฝึกหายใจช้า ๆ แบบเป่าเทียนตอนอารมณ์ดี แล้วใช้ตอนหงุดหงิด โดยผู้ใหญ่อยู่ใกล้ ๆ

ฝึกวันละ 1–2 นาที
3

อ่านนิทานแล้วชวนคุยว่าตัวละครรู้สึกอย่างไร ทำไม และถ้าเป็นลูกจะทำอย่างไร

สัปดาห์ละ 3–4 ครั้ง ตอนอ่านนิทาน
ควรปรึกษาคุณหมอหรือครู ถ้า
  • เศร้าหรือหงุดหงิดเกือบทั้งวัน หรือไม่สนุกกับสิ่งที่เคยชอบ นานเกิน 2 สัปดาห์
  • อาละวาดมักนานเกิน 25 นาที สงบลงไม่ได้เลย ทำร้ายตัวเอง คนอื่น หรือข้าวของ หรือหลัง 5 ขวบยังอาละวาดบ่อยหรือหนักขึ้น
  • กลัวหรือกังวลมากจนกระทบชีวิตประจำวัน
  • เคยบอกความรู้สึกหรือสงบลงได้ แต่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว

ที่มา: CDC – Learn the Signs. Act Early (2022) · AAP – HealthyChildren.org · Cleveland Clinic – Temper tantrums · AACAP – Temper Tantrums (2025)

การเข้าสังคม

ที่พบบ่อยในวัยนี้
  • ราว 4 ปี: ชอบเล่นสมมติเป็นครูหรือซูเปอร์ฮีโร่ ขอไปเล่นกับเด็กคนอื่นเอง และชอบเป็น “ผู้ช่วย”
  • ราว 5 ปี: ผลัดกันและเล่นตามกติกากับเพื่อนได้ และช่วยงานบ้านง่าย ๆ เช่น เก็บจาน
  • ราว 6 ปี: เพื่อนและการเล่นเป็นทีมสำคัญขึ้น และอยากให้เพื่อนยอมรับ
ทำไมสำคัญ

การเล่นกับเพื่อนคือที่ฝึกผลัดกัน ร่วมมือ ต่อรอง และเข้าใจใจคนอื่น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของความพร้อมไปโรงเรียน ไม่ใช่แค่การอ่านเขียน

ลองทำที่บ้าน
1

นัดเล่นกับเพื่อน 1–2 คน ให้ลูกลองแก้ปัญหาเองก่อน ผู้ใหญ่ช่วยถาม เช่น “เราจะผลัดกันยังไงดี”

สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง
2

เมื่อลูกทำให้คนอื่นเสียใจ ชวนขอโทษและคิดว่า “จะช่วยให้เพื่อนรู้สึกดีขึ้นยังไง” และชมเมื่อลูกใจดี

ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง
3

สอนความปลอดภัยของร่างกาย: ร่างกายเป็นของลูก พูดว่า “ไม่” ได้ และเล่าให้ผู้ใหญ่ที่ไว้ใจฟังได้ทุกเรื่อง

คุยสั้น ๆ เดือนละครั้ง และเมื่อลูกถาม
ควรปรึกษาคุณหมอหรือครู ถ้า
  • ราว 4 ปี ยังไม่เล่นสมมติ หรือไม่สนใจเล่นกับเด็กคนอื่นเลย
  • ราว 5 ปี ยังผลัดกันหรือเล่นตามกติกากับเพื่อนไม่ได้
  • ราว 6 ปี แยกตัวจากเพื่อนมาก หรือครูบอกว่าเข้ากับเพื่อนได้ยากมาก
  • เคยเล่นกับคนอื่นได้ แต่ตอนนี้เก็บตัวหรือทำไม่ได้แล้ว

ที่มา: CDC – Learn the Signs. Act Early (2022) · CDC – Positive Parenting Tips · AAP – HealthyChildren.org

ความพร้อมไปโรงเรียน

ที่พบบ่อยในวัยนี้
  • ราว 5 ปี: เขียนตัวอักษรในชื่อตัวเองได้บางตัว และบอกชื่อตัวอักษรได้บางตัว
  • ส่วนใหญ่เข้าห้องน้ำ ล้างมือ และถอดใส่เสื้อผ้าเองได้มากขึ้น
  • ความพร้อมรวมถึงการฟังคำสั่ง รอคิว และขอความช่วยเหลือเป็น เด็กแต่ละคนพร้อมไม่เท่ากัน
ทำไมสำคัญ

ก่อนขึ้น ป.1 การช่วยตัวเองได้ นอนพอ และกล้าขอความช่วยเหลือ ช่วยให้ลูกปรับตัวกับโรงเรียนง่ายขึ้น บ้านคือห้องเรียนแรกของลูก

ลองทำที่บ้าน
1

ฝึกกิจวัตรเช้าตามภาพติดผนัง: เข้าห้องน้ำ ล้างมือ แต่งตัว แปรงฟัน ให้ลูกทำเองแม้ใช้เวลานาน

ทุกเช้า เผื่อเวลาเพิ่ม 10–15 นาที
2

นอน–ตื่นเวลาเดิม ปิดจอ 1 ชม. ก่อนนอน ไม่มีจอในห้องนอน 4–5 ปีดูจอไม่เกินวันละ 1 ชม. ดูรายการดีด้วยกัน

นอนวันละ 10–13 ชม. (6 ปี: 9–12 ชม.)
3

ซ้อมความปลอดภัย: บอกชื่อ–นามสกุลตัวเองและผู้ปกครองได้ จูงมือข้ามถนนตรงทางม้าลาย นั่งคาร์ซีทหรือบูสเตอร์ที่เบาะหลัง

ทุกครั้งที่เดินทาง
ควรปรึกษาคุณหมอหรือครู ถ้า
  • ราว 5 ปี ยังนับถึง 10 ไม่ได้ หรือยังไม่รู้จักตัวอักษรเลย
  • ราว 6 ปี อ่านเขียนตามหลังเพื่อนชัดเจน หรือเล่นคำคล้องจองไม่ได้
  • ไม่ยอมไปโรงเรียนเกิน 1 สัปดาห์ หรือปวดท้องบ่อยเฉพาะวันเรียน
  • เคยเข้าห้องน้ำเองหรือเขียนชื่อได้ แต่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว

ที่มา: AAP – HealthyChildren.org · CDC – Learn the Signs. Act Early (2022) · AASM sleep recommendations (endorsed by AAP)

เรื่องที่พ่อแม่วัยนี้มักเจอ

  • ฝึกเข้าห้องน้ำ ไม่ยอมเลิกแพมเพิส
  • ร้องไห้งอแงกลางห้าง
  • ไม่ยอมแบ่งของเล่น
  • ตีหรือกัดเวลาโกรธ
  • ร้องไห้ไม่ยอมให้ไปส่ง
  • ไม่เปิดคลิป ไม่ยอมกินข้าว
  • เช้าเร่งรีบ ไม่ยอมแต่งตัว
  • อารมณ์แรงหลังกลับจากโรงเรียน
  • แพ้เกมแล้วโวยวาย
  • เมื่อมีน้องใหม่

วิธีพูดและวิธีรับมือของแต่ละเรื่อง ปรับตามแบบพลังงานของลูก อ่านได้ในแอป Family Blueprint

เมื่อไหร่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

ถ้าลูกเคยทำสิ่งใดได้แล้วกลับทำไม่ได้ หรือคุณกังวลต่อเนื่อง ปรึกษากุมารแพทย์ได้เลย สายด่วนสุขภาพจิต 1323 · สายเด็ก 1387

Every child is different. Every family is unique.

พร้อมรู้จักบ้านของคุณในมุมใหม่ไหม