Blueprint คือคำอธิบายพลังงานของแต่ละคน คำนวณจากวัน เวลา และสถานที่เกิด เราใช้หลักของระบบ Human Design เป็นโครง แล้วเขียนใหม่ด้วยภาษาของเราเอง ให้อ่านง่ายสำหรับพ่อแม่และใช้ได้จริงกับเด็ก
ที่มาโดยย่อ
ระบบ Human Design เริ่มเผยแพร่ในปี 1987 โดยรวมแนวคิดจากหลายสายเข้าด้วยกัน ได้แก่ คัมภีร์อี้จิง โหราศาสตร์ ระบบจักระ ต้นไม้แห่งชีวิตในคับบาลาห์ และแนวคิดบางส่วนจากฟิสิกส์สมัยใหม่
ระบบนี้ยังไม่ได้ผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ วิธีที่เราแนะนำคือ ลองสังเกตกับชีวิตจริงของคุณ แล้วเก็บไว้เฉพาะส่วนที่ช่วยให้บ้านเข้าใจกันมากขึ้น
ต่างจากดูดวง MBTI และนพลักษณ์อย่างไร
หลายบ้านเคยดูดวงหรือทำแบบทดสอบบุคลิกภาพมาแล้ว จึงสงสัยว่า Human Design เป็นอีกแบบหนึ่งของสิ่งเหล่านี้หรือเปล่า จุดตั้งต้นต่างกันครับ Human Design ไม่ได้ถามว่าคุณคิดว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน และไม่ได้ยื่นตัวละครให้เลือกว่าเราเหมือนใคร แต่พยายามอธิบายว่าแรงและจังหวะของแต่ละคนทำงานอย่างไรในชีวิตประจำวัน
ดูดวงและโหราศาสตร์
อ่านความสัมพันธ์ของดวงดาวเป็นสัญลักษณ์ แล้วเล่าเป็นเรื่องของนิสัยและโชคชะตา
เน้นการตีความMBTI และนพลักษณ์
ให้เราตอบคำถามเกี่ยวกับตัวเอง แล้วจัดเข้ากลุ่ม ผลจึงขึ้นกับว่าวันนั้นเรามองตัวเองอย่างไร
เน้นสิ่งที่เราบอกเกี่ยวกับตัวเองHuman Design
คำนวณผังจากวัน เวลา และสถานที่เกิด แล้วแปลเป็นวิธีใช้ชีวิต ว่าควรเริ่ม รอ ตอบรับ และตัดสินใจอย่างไร
เน้นการใช้งานในชีวิตจริงแม้ผังจะคำนวณจากตำแหน่งดาวเหมือนโหราศาสตร์ แต่ Human Design ไม่ได้ทำนายอนาคต สิ่งที่ได้คือคู่มือการใช้ตัวเอง แบบพลังงานบอกจังหวะว่าควรเริ่มหรือรอ และวิธีตัดสินใจบอกว่าควรฟังเสียงไหนในตัวเรา ทั้งสองอย่างเป็นเรื่องของร่างกายและความรู้สึก ไม่ใช่แค่ความคิด
ที่สำคัญคือ คุณไม่ต้องเชื่อก่อน ลองตัดสินใจตามวิธีของผังสักสองสามสัปดาห์ แล้วสังเกตว่าวันต่าง ๆ ลื่นขึ้นหรือติดขัดน้อยลงไหม อะไรที่ไม่จริงสำหรับคุณก็วางไว้ได้ สำหรับลูก Blueprint ไม่ใช่ป้ายที่ต้องเป็นตาม แต่เป็นตัวช่วยให้เราเห็นและเคารพจังหวะของลูกมากขึ้น
ผังคำนวณจากอะไร
เราคำนวณตำแหน่งดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวอื่นรวม 13 จุด สองครั้ง ครั้งแรกคือตอนเกิด เรียกว่าฝั่งที่รู้ตัว ครั้งที่สองคือตอนที่ดวงอาทิตย์อยู่ก่อนหน้านั้น 88 องศา ราว 88 วันก่อนเกิด เรียกว่าฝั่งที่ไม่ทันรู้ตัว
แต่ละตำแหน่งตกลงบน 1 ใน 64 ประตู เมื่อประตูทั้งสองปลายของช่องทางเปิดครบ ช่องทางนั้นจะมีสี และศูนย์ทั้งสองปลายก็จะมีสีด้วย
5 แบบพลังงาน
ตัวเลขเป็นสัดส่วนโดยประมาณที่มักอ้างถึงในประชากรทั่วไป

Manifestor
ราว 9%“เริ่มก่อน สร้างทางใหม่”
- กลยุทธ์
- บอกคนใกล้ตัวก่อนลงมือ
- สัญญาณว่ามาถูกทาง
- สงบ
- สัญญาณให้หยุดดู
- โกรธ

Generator
ราว 37%“พลังทำจริง สร้างได้ไม่รู้จบ”
- กลยุทธ์
- รอให้มีสิ่งเข้ามา แล้วดูว่าใจตอบรับไหม
- สัญญาณว่ามาถูกทาง
- พอใจ
- สัญญาณให้หยุดดู
- หงุดหงิด

Manifesting Generator
ราว 33%“คิดไว ทำไว เปลี่ยนไว”
- กลยุทธ์
- ตอบรับสิ่งที่ใช่ บอกคนที่เกี่ยวข้อง แล้วลงมือไว
- สัญญาณว่ามาถูกทาง
- พอใจ
- สัญญาณให้หยุดดู
- หงุดหงิด ใจร้อน

Projector
ราว 20%“มองไกล เห็นภาพ นำทาง”
- กลยุทธ์
- เรื่องใหญ่ รอให้มีคนเห็นค่าและชวนก่อน
- สัญญาณว่ามาถูกทาง
- สำเร็จ ได้รับการยอมรับ
- สัญญาณให้หยุดดู
- ขมขื่น

Reflector
ราว 1%“สะท้อนโลก เห็นมุมใหม่”
- กลยุทธ์
- ให้เวลาราวหนึ่งเดือนกับเรื่องใหญ่
- สัญญาณว่ามาถูกทาง
- ประหลาดใจ ทึ่ง
- สัญญาณให้หยุดดู
- ผิดหวัง
ศูนย์พลังงาน 9 ศูนย์
ศูนย์ที่มั่นคง (ในภาพชาร์ตมีสี) คือส่วนที่พลังงานคงที่และเป็นตัวเองสม่ำเสมอ ศูนย์ที่ไวต่อคนรอบตัว (ในภาพเป็นสีขาว) คือส่วนที่เปิดรับและเรียนรู้จากคนอื่น ไม่ใช่จุดอ่อน
Profile
Profile คือเลขสองตัว เช่น 4/6 ตัวแรกมาจากฝั่งที่รู้ตัว ตัวหลังมาจากฝั่งที่ไม่ทันรู้ตัว มีทั้งหมด 12 แบบ เลขแต่ละตัวมีบทบาทดังนี้
อยากรู้ลึกและรู้จริงก่อนจึงจะมั่นใจ ข้อมูลที่แน่นช่วยให้ใจนิ่ง
มีความถนัดที่ตัวเองอาจมองไม่เห็น ต้องการเวลาส่วนตัว และมักถูกคนรอบตัวชวนให้ออกมาใช้ความถนัดนั้น
เรียนรู้จากการลงมือ ล้มแล้วลุก ทุกครั้งที่พลาดคือข้อมูลใหม่ ไม่ใช่ความล้มเหลว
โอกาสมักมาทางคนที่รู้จัก ความสัมพันธ์ที่มั่นคงสำคัญกับใจมาก
คนรอบตัวมักคาดหวังให้ช่วยแก้เรื่องยาก การรู้ทันความคาดหวังนั้นช่วยให้ไม่เหนื่อยเกินไป
ชีวิตมักเป็นช่วง ๆ ลองเอง ถอยมาดู แล้วค่อย ๆ กลายเป็นแบบอย่างให้คนรอบตัว
Definition
บอกว่าศูนย์ที่มั่นคงเชื่อมกันเป็นกี่กลุ่ม ซึ่งเกี่ยวกับวิธีประมวลเรื่องต่าง ๆ ด้วยตัวเองหรือผ่านคนอื่น
ใช้กับลูกอย่างไรให้ปลอดภัย
ใช้เป็นคำถาม ไม่ใช่ป้าย
แทนที่จะบอกว่า "ลูกเป็นแบบนี้" ลองถามว่า "จริงไหม ลองสังเกตดู"
ทดลอง 3 วัน
เลือกคำแนะนำหนึ่งข้อ ลองทำ 3 วัน แล้วจดสิ่งที่เห็น
พัฒนาการมาก่อน
ถ้ากังวลเรื่องพัฒนาการ พฤติกรรม หรือสุขภาพใจ ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ
ไม่เทียบลูก
ลูกแต่ละคนมีจังหวะต่างกัน ไม่มีแบบไหนดีกว่าแบบไหน
